Dynamics 365 Business Central 2026 release wave 1 (เวอร์ชัน 28) เพิ่มความสามารถให้ผู้ดูแลระบบดูรายละเอียดการใช้งานดัชนี (indexes usage) และปิดดัชนีแบบ non-unique ที่มีการใช้งานต่ำได้ตามข้อมูลรายบริษัท ผ่านหน้าจอ Database Index Information ช่วยลดต้นทุนพื้นที่จัดเก็บ SQL และเพิ่มความเร็วในการเขียนข้อมูล โดยยังคงป้องกันดัชนีที่จำเป็น เช่น unique index, primary key, SIFT index และ SystemId index ไม่ให้ถูกปิด
เปิดตัวฟีเจอร์ปรับแต่งประสิทธิภาพฐานข้อมูลที่ทรงพลังใน Business Central Online เวอร์ชันล่าสุดตั้งแต่ มี.ค. 2026 โดยให้ผู้ดูแลระบบเรียกดูข้อมูลการใช้งานดัชนีแบบละเอียดต่อตาราง (Table indexes) และปิดการทำงานของดัชนี (index) แบบ non-unique ที่มีการใช้งานต่ำได้
ความสามารถนี้ช่วยให้มีการควบคุมประสิทธิภาพฐานข้อมูล การใช้พื้นที่จัดเก็บ และการทำงานเขียนข้อมูล (write operations) ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีชุดข้อมูลขนาดใหญ่และปริมาณธุรกรรมสูง
ดัชนี (Index) คืออะไร
ดัชนี (Table/Database index) เป็นฟีเจอร์สำคัญในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (relational database) อย่าง Microsoft SQL Server ที่ช่วยเร่งความเร็วในกระบวนการค้นหาข้อมูล การจัดทำดัชนีให้กับข้อมูลที่ถูกเรียกใช้บ่อย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของแอปพลิเคชันได้อย่างมาก
ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้ต้องการดูข้อมูลบางอย่างในแอปพลิเคชัน ระบบจะรันคำสั่งค้นหาข้อมูล (query) เบื้องหลังเพื่อตอบสนองคำขอนั้น หากไม่มีดัชนี ระบบจะต้องไล่ตรวจสอบข้อมูลทีละเรคคอร์ดจนกว่าจะพบข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและทำให้ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันช้าลง
แต่หากมีการทำดัชนีให้กับคอลัมน์ที่ถูกอ้างอิงบ่อยครั้ง ฐานข้อมูลจะสามารถเข้าถึงคอลัมน์นั้นได้โดยตรง แทนที่จะต้องไล่ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดในตาราง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วโดยรวมของแอปพลิเคชันได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทำไมการปรับแต่งดัชนีจึงสำคัญ
ดัชนีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาข้อมูล (query performance) แต่ดัชนีทุกตัวก็สร้างภาระงานดูแลรักษา (maintenance overhead) เช่นกัน ทุกครั้งที่มีการเพิ่ม แก้ไข หรือลบเรคคอร์ด เอนจินฐานข้อมูล (SQL Server หรือ Azure SQL) จะต้องอัปเดตดัชนีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย
ในระบบที่มีธุรกรรมสูง เช่น งานคลังสินค้า (inventory) โกดัง (warehouse) และการผลิต (manufacturing) ดัชนีที่ไม่จำเป็นอาจส่งผลให้เกิด:
- ประสิทธิภาพการโพสต์เอกสารช้าลง
- การใช้พื้นที่จัดเก็บ SQL เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนการดูแลรักษาดัชนีสูงขึ้น
- ระยะเวลาสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลนานขึ้น
ด้วยการอนุญาตให้ผู้ดูแลระบบปิดการทำงานของดัชนีที่ใช้งานน้อย Business Central Online จึงมอบความยืดหยุ่นในการปรับแต่งประสิทธิภาพฐานข้อมูลได้มากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการแทรกแซงทางเทคนิคที่ซับซ้อน ซึ่งแต่เดิมจะมีเพียงทีมวิศวะกรของไมโครซอฟท์เท่านั้นที่จะสามารถปรับแต่งเรื่องนี้ได้
การเรียกดูข้อมูลของดัชนี
ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าถึงรายละเอียดของดัชนีได้โดยตรงผ่านหน้าจอในระบบ โดยเปิดหน้า Database Index Information จากหน้า Table Information ด้วยการเลือกตารางที่ต้องการ (เช่น ตาราง G/L Entry – 17)


ในหน้านี้จะแสดงรายละเอียดของแต่ละดัชนีจากเวอร์ชวลเทเบิล Database Index ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น:
- การใช้พื้นที่จัดเก็บ (Storage usage) ของแต่ละดัชนี
- สถิติการใช้งานดัชนีของ SQL Server (SQL Server index usage statistics) เช่น จำนวนการอ่าน (Seeks/Scans) และการเขียน (Updates)
- ประเภทของดัชนี (Index type) ว่าเป็นดัชนีที่กำหนดเองผ่าน AL (AL-defined) หรือดัชนีที่ระบบสร้างขึ้นเอง (system-generated)

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ดูแลระบบตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ ว่าดัชนีตัวใดมีการใช้งานต่ำและเหมาะสมที่จะปิดการทำงาน ก่อนดำเนินการในขั้นตอนถัดไป
วิธีปิดและเปิดการทำงานของดัชนี
ขั้นตอนการปิดการทำงานของดัชนีมีดังนี้:
- เปิดหน้า Table Information ใน Business Central
- เลือกตารางที่ต้องการ แล้วดูที่ Table No. เพื่อเข้าสู่หน้ารายละเอียด
- ระบบจะเปิดหน้า Database Index Information ซึ่งแสดงรายละเอียดของแต่ละดัชนี เช่น พื้นที่จัดเก็บ สถิติการใช้งาน (Reads/Writes) และประเภทดัชนี (กำหนดเองผ่าน AL หรือระบบสร้างขึ้นเอง)
- ในส่วน Indexes ยกเลิกการเลือกช่องทำเครื่องหมาย Enabled in Database สำหรับดัชนีที่ต้องการปิด หรือเลือกคำสั่ง Turn index off / Turn index off (all companies) เพื่อปิดในบริษัทเดียวหรือทุกบริษัทพร้อมกัน

การปิดดัชนีจะมีผลทันที ส่วนการเปิดดัชนีกลับมาใช้งานจะถูกจัดคิวไว้ทำงานในรอบเวลาที่ระบบกำหนดตอนเที่ยงคืน (scheduled midnight process) เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้งานในช่วงเวลาทำการ

โดยหากต้องทำเปิดการทำงานของดัชนีอีกครั้ง ก็เพียงแค่เปลี่ยนเป็นคำสั่ง Turn index on / Turn index on (all companies)
ประเภทดัชนีที่ไม่สามารถปิดการทำงานได้
เพื่อปกป้องความสมบูรณ์และความสอดคล้องของข้อมูล (data integrity) ดัชนีต่อไปนี้ได้รับการป้องกันจากการถูกปิดใช้งานเสมอ:
| ประเภทดัชนี | เหตุผลที่ต้องป้องกัน |
|---|---|
| Unique Index | บังคับความไม่ซ้ำกันของข้อมูล จำเป็นต่อความถูกต้องของธุรกิจ |
| Primary Key | ใช้ระบุตัวตนของแต่ละเรคคอร์ดในตาราง |
| SIFT Index | ใช้คำนวณผลรวม/ยอดสะสมแบบเรียลไทม์ (Sum Index Flow Technology) ที่รายงานและหน้าจอจำนวนมากพึ่งพา |
| SystemId Index | ใช้อ้างอิงเรคคอร์ดภายในระบบและการซิงค์ข้อมูลกับบริการอื่น |
ซึ่งหากพยายามจะทำการปิดการทำงาน ระบบจะทำการแจ้งเตือนว่าเป็นดัชนีที่ไม่สามารถปิดการทำงานได้

พฤติกรรมการเปิด-ปิดใช้งานดัชนี
การจัดการดัชนีมีลำดับการทำงานที่แตกต่างกันไปตามการดำเนินการ:
- การปิดดัชนี (Turn off): มีผลทันทีหลังยืนยันคำสั่ง
- การเปิดดัชนี (Turn on): ถูกจัดคิวให้ทำงานในรอบ scheduled midnight process ของระบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างดัชนีใหม่ (index rebuild) ซึ่งเป็นงานหนักในช่วงเวลาทำงานปกติ
หมายเหตุ: กลไกนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของผู้ใช้งาน (user downtime) และหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประสิทธิภาพในช่วงเวลาเร่งด่วน (peak-hour)
ผลกระทบทางเทคนิคต่อประสิทธิภาพของ Business Central
1. การเขียนข้อมูลเร็วขึ้น
ดัชนีทุกตัวต้องได้รับการอัปเดตเมื่อเรคคอร์ดมีการเปลี่ยนแปลง การปิดดัชนีที่ไม่ได้ใช้งานจะช่วยลดจำนวนการอัปเดตที่จำเป็น ส่งผลให้การทำงาน INSERT, UPDATE, DELETE เร็วขึ้น
2. ลดการใช้พื้นที่จัดเก็บ SQL
ดัชนีสามารถใช้พื้นที่จัดเก็บฐานข้อมูลเป็นสัดส่วนที่มาก ในระบบขนาดใหญ่ที่มีเรคคอร์ดหลักล้านรายการ การปิดดัชนีที่ไม่จำเป็นสามารถคืนพื้นที่จัดเก็บได้หลายกิกะไบต์
3. ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในช่วงธุรกรรมสูง
สภาพแวดล้อมที่มีปริมาณธุรกรรมสูง เช่น งานผลิต (Manufacturing), ธุรกิจค้าปลีก (Retail), การเชื่อมต่อ E-commerce และการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) จะได้ประโยชน์จากภาระงานดัชนีที่ลดลงในระหว่างการโพสต์เอกสาร ตัวอย่างเช่น เมื่อโพสต์รายการ Item Journal จำนวนหลายพันบรรทัด การมีดัชนีน้อยลงหมายถึงงานดูแลรักษา SQL ที่น้อยลงตามไปด้วย
4. การดูแลรักษา SQL ที่ดีขึ้น
จำนวนดัชนีที่มากขึ้นจะเพิ่มภาระงานให้กับการอัปเดตสถิติ SQL (SQL statistics updates), การสร้างดัชนีใหม่ (index rebuilds) และงานบำรุงรักษาฐานข้อมูล (database maintenance jobs) การปิดดัชนีที่ไม่ได้ใช้งานจึงช่วยลดช่วงเวลาบำรุงรักษาและการใช้ทรัพยากรลงได้
กรณีศึกษา: AMCO ช่วยธุรกิจค้าปลีกลดขนาดฐานข้อมูลจาก 290 GB เหลือ 182 GB
ปัญหาที่ลูกค้าพบ
ลูกค้าเป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขาในเครือห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง ใช้งาน Business Central แบบ Online (SaaS) มาแล้ว 3 ปี ฐานข้อมูลมีขนาดเติบโตอย่างรวดเร็วในอัตราประมาณ 9% ต่อเดือน จนแตะระดับ 300 GB สาเหตุหลักมาจากการบันทึกรายการขายที่แตกรายละเอียดในระดับลึก เนื่องจากธุรกิจต้องการคำนวณต้นทุนที่แท้จริง (actual cost) ของสินค้าแต่ละรายการอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ตาราง Item Ledger Entry, Value Entry และ G/L Entry มีจำนวนเรคคอร์ดสะสมจำนวนมาก และเนื่องจากธุรกิจของลูกค้ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเติบโตของฐานข้อมูลในอัตรานี้จึงเริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ
แนวทางที่ AMCO ดำเนินการ
ทีมที่ปรึกษาของ AMCO วิเคราะห์สถิติการใช้งานดัชนี (index usage statistics) ผ่านหน้า Database Index Information ในตาราง Item Ledger Entry, Value Entry และ G/L Entry เพื่อระบุดัชนีแบบ non-unique ที่มีการใช้งานต่ำแต่ใช้พื้นที่จัดเก็บสูง หลังจากยืนยันว่าดัชนีเหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อรายงานหรือหน้าจอที่ใช้งานบ่อย จึงดำเนินการปิดการทำงาน (Turn off) ดัชนีที่ไม่จำเป็นออกทั้ง 3 ตาราง กระบวนการวิเคราะห์และดำเนินการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
ผลลัพธ์หลังการดำเนินการ
หลังดำเนินการ ขนาดฐานข้อมูลลดลงจาก 290 GB เหลือ 182 GB หรือลดลงประมาณ 59.34% ช่วยลดต้นทุนพื้นที่จัดเก็บของ Business Central Online ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งช่วยชะลออัตราการเติบโตของฐานข้อมูลในระยะยาว โดยยังคงรักษาความสามารถในการคำนวณต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าไว้ได้ครบถ้วนเช่นเดิม

สรุปความสามารถในการจัดการดัชนีบน Business Central 2026 Release Wave 1
ความสามารถในการดูข้อมูลการใช้งานและปิดดัชนีแบบ non-unique ต่อบริษัทใน Microsoft Dynamics 365 Business Central 2026 release wave 1 (เวอร์ชัน 28) เป็นฟีเจอร์เสริมที่มีคุณค่าสำหรับผู้ดูแลระบบและที่ปรึกษาทางเทคนิค
ฟีเจอร์นี้มอบความยืดหยุ่นในการปรับแต่งประสิทธิภาพฐานข้อมูล การใช้พื้นที่จัดเก็บ และปริมาณธุรกรรมที่รองรับได้ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อม Business Central ขนาดใหญ่ พร้อมยังคงปกป้องดัชนีที่จำเป็นต่อความถูกต้องของข้อมูลไว้เสมอ เมื่อใช้งานอย่างระมัดระวังพร้อมการวิเคราะห์สถิติการใช้งานที่เหมาะสม ฟีเจอร์นี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานของระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ
ต้องการตรวจสอบสุขภาพของระบบ?
AMCO Business Solutions ช่วยตรวจสอบ และประเมินประสิทธิภาพของระบบ Business Central เพื่อให้แนะนำ รวมทั้งจัดการตั้งค่าที่เหมาะสมเพื่อให้ระบบของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เป็นฟีเจอร์สำคัญในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (relational database) อย่าง Microsoft SQL Server ที่ช่วยเร่งความเร็วในกระบวนการค้นหาข้อมูล การจัดทำดัชนีให้กับข้อมูลที่ถูกเรียกใช้บ่อย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของแอปพลิเคชัน
ดัชนีแบบ non-unique คือดัชนีในฐานข้อมูลที่ยอมให้มีค่าซ้ำกันได้ ใช้เพื่อเร่งความเร็วในการค้นหาข้อมูล แต่ไม่ได้บังคับความเป็นเอกลักษณ์ของค่าเหมือนดัชนีแบบ unique
Unique index, primary key, SIFT index และ systemid index ได้รับการป้องกันไว้เสมอ เพื่อรักษาความถูกต้องและความสอดคล้องของข้อมูล
การปิดดัชนีมีผลทันทีหลังยืนยัน แต่การเปิดดัชนีกลับมาใช้งานจะถูกจัดคิวให้ทำงานในรอบ scheduled midnight process เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อผู้ใช้งานในช่วงเวลาทำการ
ฟีเจอร์การดูข้อมูลและปิดดัชนีแบบ non-unique เริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ Microsoft Dynamics 365 Business Central 2026 release wave 1 (เวอร์ชัน 28) เป็นต้นไป


