เชื่อมต่อระบบ ERP กับเอกสาร E-Tax Invoice และ E-Receipt อัพเดตปี 2026

e-Tax Invoice & e-Receipt คือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าเอกสารกระดาษทุกประการ ออก จัดส่ง และเก็บรักษาผ่านระบบดิจิทัลพร้อมลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด ปัจจุบันกรมสรรพากรผลักดันให้ระบบนี้เป็นมาตรฐานสำหรับธุรกิจที่จดทะเบียน VAT และขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ที่ลงทุนในระบบต่อเนื่องถึงสิ้นปี 2570

e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร ต่างจากระบบเดิมอย่างไร

ก่อนหน้านี้กรมสรรพากรเริ่มต้นด้วยระบบ “E-Tax Invoice by Email” (มีผลตั้งแต่ปี 2560) ซึ่งจำกัดเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและใช้วิธีส่งเอกสารผ่านอีเมลเพื่อประทับรับรองเวลาโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เท่านั้น

ปัจจุบันระบบดังกล่าวถูกแทนที่ด้วย e-Tax Invoice & e-Receipt (เต็มรูปแบบ) ที่รองรับธุรกิจทุกขนาด ครอบคลุมทั้งใบกำกับภาษี (Tax Invoice) และใบเสร็จรับเงิน (Receipt) โดยต้องมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ตามมาตรฐานไฟล์ที่กรมสรรพากรกำหนดอย่างเข้มงวด เพื่อรับรองความถูกต้อง ความปลอดภัย และความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง

e-Tax for Business

ทำไมธุรกิจควรเริ่มใช้ตอนนี้เพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี

จากการที่กรมสรรพากรได้ขยายมาตรการส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ออกไปจนถึงสิ้นปี 2570 โดยผู้ประกอบการที่ลงทุนในระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องมาหักรายจ่ายทางภาษีได้สูงสุด 2 เท่า ตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากประโยชน์ทางภาษีแล้ว ระบบนี้ยังช่วยลดต้นทุนกระดาษ ป้องกันเอกสารชำรุดหรือสูญหาย และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์ในการออกเอกสาร

ขั้นตอนการเริ่มใช้งาน e-Tax Invoice & e-Receipt

  1. ยื่นคำขอลงทะเบียน (แบบ บ.อ.01) — ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีหรือใบรับ ต้องยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ระบบ e-Tax ของกรมสรรพากรก่อนเริ่มใช้งาน
  2. จัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) — ขอรับจากผู้ให้บริการออกใบรับรองที่ได้รับการรับรองจากผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (NRCA)
  3. ยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่อดิจิทัล — ใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ยืนยันตัวตนผ่านโปรแกรมที่รองรับ เพื่อลงลายมือชื่อดิจิทัลบนเอกสารทุกฉบับ
  4. เลือกช่องทางนำส่งข้อมูล — เลือกได้ 3 ทางตามความพร้อมของกิจการ: ผ่านผู้ให้บริการ (Service Provider) ที่ได้รับการรับรอง, เชื่อมต่อกับกรมสรรพากรโดยตรงผ่านระบบของกิจการเอง หรือนำส่งผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร
  5. จัดทำเอกสารตามมาตรฐานไฟล์ที่กำหนด — ออกเอกสารในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (เช่น XML) ตามโครงสร้างมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด พร้อมลงลายมือชื่อดิจิทัลกำกับทุกฉบับ
  6. นำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรตามกำหนดเวลา — ส่งข้อมูลผ่านช่องทางที่เลือกไว้ภายในระยะเวลาที่กรมสรรพากรกำหนด และจัดเก็บสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ไว้ตามอายุความที่กฎหมายกำหนด
E-Tax Invoice Registration Steps

สำหรับธุรกิจที่ไม่ต้องการพัฒนาระบบเชื่อมต่อเอง การใช้ Service Provider ที่ได้รับการรับรอง หรือวางระบบผ่าน ERP อย่าง Dynamics 365 Business Central ที่รองรับการออกเอกสารตามมาตรฐานนี้โดยตรง จะช่วยลดภาระงานด้าน IT และลดความเสี่ยงเรื่องความถูกต้องของไฟล์ได้มาก

ระบบ ERP ที่รองรับ e-Tax Invoice & e-Receipt

ธุรกิจที่ใช้ระบบ ERP อย่าง Microsoft Dynamics 365 Business Central, Dynamics 365 Finance & Supply Chain สามารถเชื่อมต่อการออกเอกสาร e-Tax Invoice & e-Receipt เข้ากับกระบวนการขายและออกใบกำกับภาษีได้โดยตรง ลดการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างระบบบัญชีกับระบบยื่นภาษี

AMCO Business Solutions ในฐานะพาร์ทเนอร์ที่ได้รับการรับรองจาก Microsoft ด้านการให้บริการวางระบบและ Localization ด้าน e-Tax ให้สอดคล้องกับมาตรฐานปัจจุบันของกรมสรรพากร — สนใจปรึกษาการเชื่อมต่อระบบ e-Tax เข้ากับระบบ ERP โดยเฉพาะ Business Central

ขั้นตอนการเชื่อมต่อระบบ ERP กับเอกสาร e-Tax Invoice & e-Receipt

E-tax invoice flows
  1. จัดเตรียมข้อมูลหลัก (Master Data) — ตรวจสอบให้ข้อมูลลูกค้า สินค้า และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในระบบ ERP ครบถ้วนและตรงกับที่จะใช้ออกเอกสาร เพื่อลดข้อผิดพลาดตอนสร้างไฟล์
  2. ตั้งค่า Localization สำหรับรูปแบบเอกสารไทย — ปรับผังบัญชีและฟอร์แมตใบกำกับภาษี/ใบเสร็จในระบบ ERP ให้ตรงตามโครงสร้างข้อมูลที่กรมสรรพากรกำหนด
  3. เชื่อมต่อระบบ ERP กับผู้ให้บริการ (Service Provider) หรือ API ของกรมสรรพากร — เลือกวิธีส่งข้อมูลที่เหมาะกับขนาดธุรกิจ เช่น ผ่าน Service Provider ที่ได้รับการรับรอง หรือเชื่อมต่อโดยตรงผ่าน API
  4. สร้างไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติจากธุรกรรมขาย — ให้ระบบ ERP สร้างไฟล์ตามมาตรฐาน (เช่น XML) ทันทีที่มีการออกใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จ แทนการจัดทำเอกสารแยกต่างหาก
  5. ลงลายมือชื่อดิจิทัลผ่านระบบที่เชื่อมต่อ — ให้กระบวนการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นอัตโนมัติในขั้นตอนเดียวกับการออกเอกสารจาก ERP
  6. ทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้งานจริง — ทดลองส่งเอกสารตัวอย่างผ่านช่องทางที่เลือกไว้ เพื่อยืนยันว่าไฟล์ผ่านมาตรฐานและนำส่งกรมสรรพากรได้สำเร็จก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ

การเชื่อมต่อในลักษณะนี้ช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องจัดทำเอกสารซ้ำสองระบบ (ระบบขาย/บัญชี กับระบบยื่นภาษี) และลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างสองฝั่ง

แหล่งอ้างอิงทางการ

คำถามที่พบบ่อย

e-Tax Invoice คือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ส่วน e-Receipt คือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสองแบบออกและจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัลพร้อมลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าเอกสารกระดาษ

ต้องยื่นคำขอต่อกรมสรรพากร เลือกใช้บริการผ่าน Service Provider ที่ได้รับอนุญาต หรือพัฒนาระบบส่งข้อมูลเอง พร้อมจัดเตรียมใบรับรองลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กรมสรรพากรกำหนด

ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในระบบมาหักรายจ่ายทางภาษีได้สูงสุด 2 เท่า ตามมาตรการที่กรมสรรพากรขยายเวลาถึงสิ้นปี 2570

รองรับผ่านการวางระบบร่วมกับ Microsoft Dynamics 365 Business Central และ Finance & Supply Chain โดยทีม AMCO ช่วยปรับ Localization ให้ตรงตามมาตรฐานปัจจุบันของกรมสรรพากร

เริ่มจากเตรียมข้อมูลหลักในระบบ ERP ให้ครบถ้วน ตั้งค่า Localization ให้ตรงมาตรฐานเอกสารไทย จากนั้นเชื่อมต่อกับ Service Provider หรือ API ของกรมสรรพากร ให้ระบบสร้างไฟล์และลงลายมือชื่อดิจิทัลอัตโนมัติ แล้วทดสอบส่งเอกสารก่อนใช้งานจริง

ช่วยลดการจัดทำเอกสารซ้ำสองระบบระหว่างระบบขาย/บัญชีกับระบบยื่นภาษี ลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ตรงกัน และลดภาระงานด้าน IT เมื่อเทียบกับการพัฒนาระบบเชื่อมต่อเอง

Posted in Business Solutions, Dynamics 365 Business Central and tagged , , , .