จัดการราคาขาย (Sales Prices) ใน Business Central คู่มือฉบับสมบูรณ์

หากธุรกิจของคุณมีลูกค้าหลายกลุ่มที่ต้องการราคาสินค้าที่แตกต่างกัน เช่น ลูกค้าขายส่ง ลูกค้าขายปลีก หรือลูกค้าพิเศษ การจัดการราคาด้วย Excel หรือกำหนดด้วยมือทีละใบสั่งขายอาจนำไปสู่ความผิดพลาดและสูญเสียเวลา Dynamics 365 Business Central มีระบบจัดการราคาขาย (Sales Price Management) ในตัวที่ช่วยให้คุณตั้งราคาตามกลุ่มลูกค้า สร้างโปรโมชั่นแบบมีช่วงเวลา และปรับราคาจำนวนมากได้ในคลิกเดียว บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกฟีเจอร์ด้านราคาขายของ Business Central แบบ Step-by-step

ทำไมการจัดการราคาขายถึงสำคัญสำหรับธุรกิจของคุณ

กลยุทธ์ราคาที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่แค่การตั้งตัวเลข แต่คือการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว การบริหารราคาที่ดีช่วยให้:

  • สร้างความดึงดูดใจ — ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้รับราคาที่เหมาะสมกับปริมาณและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
  • ควบคุม Stock ได้ดีขึ้น — ราคาโปรโมชั่นช่วยระบาย Inventory ที่ค้างสต็อก
  • สนับสนุนแคมเปญการตลาด — ราคาพิเศษตามช่วงเวลาทำงานอัตโนมัติโดยไม่ต้องแก้ทุกใบสั่งขาย
  • รักษาความสัมพันธ์ลูกค้า — ลูกค้า Key Account ได้รับเงื่อนไขพิเศษโดยไม่ต้องต่อรองทุกครั้ง
  • ลดข้อผิดพลาด — ระบบดึงราคาถูกต้องอัตโนมัติ ไม่มีการพิมพ์ราคาผิดในใบสั่งขาย

Business Central รองรับราคาขายได้หลายรูปแบบในระบบเดียว ได้แก่ ราคามาตรฐาน (Standard Price), ราคาตามกลุ่มลูกค้า (Customer Price Group), ราคาแคมเปญ (Campaign Price) และส่วนลดตามปริมาณสั่งซื้อ (Quantity Discount)

การตั้งราคาตามกลุ่มลูกค้า (Customer Price Group)

Customer Price Group คือหัวใจของระบบจัดการราคาใน Business Central เป็นการจัดกลุ่มลูกค้าที่มีเงื่อนไขราคาเดียวกัน เช่น กลุ่มขายส่ง (Wholesale) และกลุ่มขายปลีก (Retail) เมื่อสร้างใบสั่งขาย ระบบจะดึงราคาของกลุ่มนั้นมาโดยอัตโนมัติทันที ไม่ต้องกรอกราคาทีละรายการอีกต่อไป โดยเราสามารถกําหนดราคาสินค้าใน Business Central ได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 — ค้นหาฟีเจอร์ Customer Price Groups

เข้าสู่ระบบ Dynamics 365 Business Central แล้วพิมพ์ “Customer Price Groups” ในช่อง Search (Tell Me) ที่มุมขวาบน แล้วกด Enter หรือคลิกที่ผลลัพธ์ที่ปรากฏ หน้า Customer Price Groups List จะแสดงรายการกลุ่มที่มีอยู่ทั้งหมด

Customer Price Groups

ขั้นตอนที่ 2 — สร้างกลุ่มลูกค้าใหม่

สร้างกลุ่มลูกค้าเพื่อกำหนดราคาขายที่แตกต่างกัน เช่น ลูกค้าประเภทค้าส่ง (Wholesale) และลูกค้าประเภทค้าปลีก (Retail)

คลิก New เพื่อสร้างกลุ่มใหม่ กรอกข้อมูลดังนี้:

  • Code: รหัสย่อของกลุ่ม เช่น WHOLESALE หรือ RETAIL
  • Description: ชื่อเต็ม เช่น “ลูกค้าขายส่ง” หรือ “ลูกค้าขายปลีก”
  • Allow Invoice Disc.: เลือกหากต้องการให้กลุ่มนี้ได้รับส่วนลดเพิ่มเติม
  • Price Includes VAT: เลือกหากราคาของกลุ่มนี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
New Customer Price Groups

สร้างกี่กลุ่มก็ได้ตามโครงสร้างธุรกิจของคุณ เช่น Wholesale, Retail, VIP, Government, Export เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 — กำหนดราคาขายให้แต่ละกลุ่ม

หลังจากสร้างกลุ่มแล้ว ให้ไปที่ฟังก์ชัน Sales Prices (ค้นหาใน Tell Me) แล้วกรอกข้อมูล:

  • Sales Type: เลือก “Customer Price Group”
  • Sales Code: เลือกกลุ่มที่ต้องการ เช่น WHOLESALE
  • Item No.: รหัสสินค้า
  • Unit Price: ราคาขายสำหรับกลุ่มนี้
  • Minimum Quantity: ปริมาณขั้นต่ำ (ถ้ามี)
  • Starting Date / Ending Date: ช่วงเวลาที่ราคานี้มีผล

ขั้นตอนที่ 4 — ระบุ Customer Price Group ในบัตรลูกค้า

ไปที่ Customers List เปิดบัตรลูกค้าที่ต้องการ แล้วไปที่ Tab Invoicing ค้นหาช่อง Customer Price Group แล้วเลือกกลุ่มที่เหมาะสม เพียงเท่านี้ ทุกครั้งที่สร้างใบสั่งขายให้ลูกค้ารายนี้ ระบบจะดึงราคาของกลุ่มมาโดยอัตโนมัติทันที

Sales Price Worksheet — เครื่องมือปรับราคาจำนวนมากพร้อมกัน

Sales Price Worksheet คือเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับการปรับราคาสินค้าหลายรายการพร้อมกัน แทนที่จะต้องเปิดแก้ทีละรายการ คุณสามารถ Suggest ราคาใหม่ทั้งหมดแล้วยืนยันทีเดียว เหมาะอย่างยิ่งเมื่อต้นทุนสินค้าเปลี่ยนแปลงหรือต้องการปรับราคาตามสภาวะตลาด

Suggest Sales Price on Worksheet

ฟังก์ชันนี้ช่วยคำนวณราคาขายใหม่โดยอ้างอิงจากราคาปัจจุบันของกลุ่มลูกค้าหรือแคมเปญ พร้อมปรับตาม % ที่กำหนด ขั้นตอนการใช้งาน:

  1. ค้นหา “Sales Price Worksheet” ใน Tell Me
  2. คลิก Suggest Sales Price on Wksh.
  3. กรอก Sales Type (Customer Price Group หรือ Campaign)
  4. กำหนด % การปรับราคา เช่น +5% หรือ -10%
  5. กด OK — ระบบจะสร้างรายการราคาใหม่ทั้งหมดใน Worksheet
  6. ตรวจสอบและแก้ไขรายการที่ต้องการ
  7. คลิก Implement Price Change เพื่อยืนยันการเปลี่ยนแปลง

Suggest Item Price on Worksheet

คล้ายกับ Suggest Sales Price แต่ทำงานระดับรายสินค้า เหมาะสำหรับการปรับราคาสินค้าตัวใดตัวหนึ่งไปพร้อมกันทุกกลุ่มลูกค้า โดยไม่กระทบสินค้าตัวอื่น

Suggested Sales & Items Price

การตั้งราคาโปรโมชั่นและแคมเปญแบบมีช่วงเวลา

Business Central รองรับการตั้งราคาแบบ Campaign Pricing ที่มีผลเฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น เมื่อพ้นช่วงแคมเปญ ระบบจะกลับมาใช้ราคาปกติโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องจำว่าต้องไปยกเลิกราคาพิเศษ

วิธีตั้งราคาแคมเปญ ทำเหมือนการตั้งราคากลุ่มลูกค้า แต่เลือก Sales Type = Campaign แล้วระบุ Starting Date และ Ending Date ของแคมเปญ เช่น ลดราคา 15% ตลอดเดือนธันวาคม เพียงตั้งค่าครั้งเดียว ระบบจัดการให้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

ประโยชน์ของ Campaign Pricing:

  • ลดข้อผิดพลาดจากการลืมยกเลิกราคาพิเศษหลังแคมเปญสิ้นสุด
  • สามารถวางแผนราคาล่วงหน้าได้หลายแคมเปญพร้อมกัน
  • ใช้ร่วมกับ Customer Price Group ได้ ทำให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ราคาแคมเปญที่ต่างกัน
  • ระบบจะเลือกราคาที่ดีที่สุดให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ (Best Price Logic)

ส่วนลดตามปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำ (Quantity Discount)

Business Central ช่วยให้คุณกำหนดราคาขายที่แตกต่างกันตามปริมาณที่สั่งซื้อ เรียกว่า Minimum Quantity Pricing โดยราคาพิเศษจะมีผลก็ต่อเมื่อลูกค้าสั่งซื้อถึงจำนวนขั้นต่ำที่กำหนด

ตัวอย่างการตั้งค่า Quantity Discount สำหรับสินค้า A:

ปริมาณสั่งซื้อ (ชิ้น)ราคาต่อหน่วยกลุ่มลูกค้า
1 – 9100 บาทRetail
10 – 4990 บาทRetail
50 ขึ้นไป80 บาทRetail
1 – 985 บาทWholesale
50 ขึ้นไป70 บาทWholesale

เมื่อพนักงานสร้างใบสั่งขายและกรอกจำนวน ระบบจะเลือกราคาที่ถูกต้องอัตโนมัติตามปริมาณและกลุ่มลูกค้า ไม่ต้องคำนวณหรือค้นหาราคาเองอีกต่อไป

ราคาเฉพาะลูกค้ารายบุคคล (Customer-Specific Price)

นอกจากราคากลุ่มแล้ว Business Central ยังรองรับการตั้งราคาเฉพาะสำหรับลูกค้ารายใดรายหนึ่งโดยตรง เรียกว่า Customer-Specific Price เหมาะสำหรับลูกค้า Key Account ที่มีการเจรจาราคาพิเศษเป็นการส่วนตัว

วิธีตั้งค่า: ไปที่ Sales Prices แล้วเลือก Sales Type = Customer แล้วระบุรหัสลูกค้าในช่อง Sales Code ราคานี้จะมีลำดับความสำคัญสูงกว่าราคากลุ่ม ทำให้ลูกค้ารายนั้นได้ราคาพิเศษของตัวเองเสมอ

เมื่อมีราคาหลายเงื่อนไข — Business Central เลือกราคาอย่างไร?

เมื่อลูกค้ารายหนึ่งอยู่ใน Price Group พร้อมกับมีแคมเปญที่กำลังดำเนินอยู่ Business Central จะใช้ Best Price Logic โดยเลือกราคาที่ต่ำที่สุด (ดีที่สุดสำหรับลูกค้า) โดยอัตโนมัติ ลำดับความสำคัญโดยทั่วไปคือ:

  1. ราคาเฉพาะลูกค้ารายบุคคล (Customer-Specific)
  2. ราคากลุ่มลูกค้า + ปริมาณ (Customer Price Group + Quantity)
  3. ราคาแคมเปญ (Campaign)
  4. ราคามาตรฐาน (Unit Price บน Item Card)

รองรับหลายสกุลเงิน (Multi-Currency Pricing)

สำหรับธุรกิจที่มีลูกค้าต่างประเทศ Business Central รองรับการตั้งราคาขายในหลายสกุลเงินในระบบเดียว โดยเชื่อมกับตาราง Currency Exchange Rate ที่อัปเดตได้เป็นระยะ ทำให้พนักงานขายสามารถสร้างใบสั่งขายเป็น USD, EUR, หรือ SGD ได้โดยตรง โดยไม่ต้องคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเอง

ประโยชน์สรุปของระบบจัดการราคาขายใน Business Central

  • ✅ ลดความผิดพลาดในการกรอกราคา — ระบบดึงอัตโนมัติจาก Master Data
  • ✅ รองรับธุรกิจที่มีลูกค้าหลายกลุ่มพร้อมกัน
  • ✅ วางแผนราคาล่วงหน้าได้หลายแคมเปญ
  • ✅ ปรับราคาจำนวนมากได้ในคลิกเดียวด้วย Worksheet
  • ✅ รองรับ Quantity Discount และ Multi-Currency
  • ✅ ลดเวลาการฝึกอบรมพนักงานขาย — ระบบเลือกราคาถูกต้องให้เอง

AMCO Business Solutions คือ Microsoft Certified Partner ในประเทศไทย เชี่ยวชาญด้านการ Implement Microsoft Dynamics 365 Business Central, Finance, และ Sales ให้กับธุรกิจไทยมาอย่างยาวนาน ทีมที่ปรึกษาของเรามีประสบการณ์ตรงด้าน ERP ที่พร้อมช่วยออกแบบและติดตั้งระบบให้เหมาะกับ Process ของธุรกิจคุณโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดการราคาขายใน Business Central

Business Central รองรับการจัดการราคาขายหลายประเภท ได้แก่ ราคามาตรฐาน (Standard Price), ราคาตามกลุ่มลูกค้า (Customer Price Group), ราคาแคมเปญ (Campaign Price) ราคาเฉพาะลูกค้ารายบุคคล และส่วนลดตามปริมาณ (Quantity Discount) ทำให้ธุรกิจสามารถกำหนดกลยุทธ์ราคาที่ยืดหยุ่นได้ในระบบเดียว

Customer Price Group คือการจัดกลุ่มลูกค้าที่ได้รับราคาขายเดียวกัน เช่น กลุ่มลูกค้าขายส่ง (Wholesale) และกลุ่มลูกค้าขายปลีก (Retail) เมื่อสร้างใบสั่งขาย ระบบจะดึงราคาของกลุ่มนั้นมาโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกรอกราคาทีละรายการ

Sales Price Worksheet เป็นเครื่องมือสำหรับปรับราคาสินค้าจำนวนมากพร้อมกัน โดยสามารถ Suggest ราคาตามกลุ่มลูกค้าหรือตามรายสินค้า แล้วยืนยันการเปลี่ยนแปลงทีเดียว เหมาะสำหรับการปรับราคาตามสภาวะตลาดหรือต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง

ได้ Business Central รองรับการตั้งราคาแคมเปญโดยกำหนดวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของโปรโมชั่น เมื่อพ้นช่วงเวลานั้น ระบบจะกลับมาใช้ราคาปกติโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความผิดพลาดจากการลืมยกเลิกราคาพิเศษ

ได้ สามารถกำหนด Minimum Quantity ในการตั้งราคาขาย โดยระบบจะใช้ราคาพิเศษเมื่อลูกค้าสั่งซื้อถึงจำนวนขั้นต่ำที่กำหนด เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการจูงใจลูกค้าให้สั่งซื้อในปริมาณมาก

Business Central มีฟีเจอร์ Suggest Sales Price on Worksheet ที่ช่วยคำนวณราคาขายใหม่จากต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงตาม % Margin ที่กำหนด แต่ต้องยืนยันการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองก่อนที่ราคาจะมีผล ป้องกันการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ตั้งใจ

Business Central รองรับการตั้งราคาขายในหลายสกุลเงิน (Multi-Currency) โดยเชื่อมกับอัตราแลกเปลี่ยนที่ระบุในระบบ ทำให้ธุรกิจที่ขายในต่างประเทศสามารถจัดการราคาสกุลเงินต่างๆ ได้ในที่เดียว

Business Central อนุญาตให้ตั้งราคาเฉพาะสำหรับลูกค้ารายใดรายหนึ่ง (Customer-specific Price) ซึ่งจะมีลำดับความสำคัญสูงกว่าราคากลุ่ม ทำให้รองรับการเจรจาราคาพิเศษสำหรับลูกค้า Key Account ได้

ฟีเจอร์ Sales Price รวมถึง Customer Price Group และ Sales Price Worksheet มีให้ใช้งานใน Dynamics 365 Business Central Essentials และ Premium License โดยไม่ต้องซื้อ Add-on เพิ่มเติม

AMCO เป็น Microsoft Certified Partner ในประเทศไทย มีทีมที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ Dynamics 365 Business Central พร้อมให้คำปรึกษาและ Implement ระบบจัดการราคาให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ www.amco.in.th

Posted in Dynamics 365 Business Central.